2020 September 15

ราคาคือตัวแปรที่คาดการณ์ได้ยากมากที่สุด เพราะราคาอาจหลอกคุณด้วยการขยับอย่างฉับพลัน การกลับตัว รูปทรงต่าง ๆ หรือการผันผวนไปมา แม้ว่าจะมีเรื่องราวมากมายของหลายคนที่ทำรายได้จากสัญชาตญาณ เกือบทุกกรณีจะจบลงด้วยผลลัพธ์เดียวกันอย่างไม่น่าแปลกใจ คือ ขาดทุนทั้งหมด

จริง ๆ แล้ว ตลาดค่าเงินและอะดรีนาลีนคือสิ่งที่เข้ากันไม่ได้ มีเพียงแต่การระงับอารมณ์และแนวทางอย่างเป็นระบบเท่านั้นที่จะสามารถทำให้คุณเทรดได้อย่างมั่นคง ซึ่งจะไม่สามารถทำได้สำเร็จโดยปราศจากความเข้าใจในตลาด ความสามารถในการทำนายตลาด และการใช้ทักษะเหล่านี้ในกลยุทธ์การเทรดของคุณ แผนการเทรดและอัลกอริทึมการทำงานที่ชัดเจนคือสิ่งที่นักเทรดทุกคนควรเริ่มฝึกฝน อินดิเคเตอร์ฟอเร็กซ์และการวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถช่วยคุณตลอดเส้นทางนี้ และเป็นเรื่องที่เราจะมาพูดคุยกันในบทความฉบับนี้

อินดิเคเตอร์คืออะไรและทำไมนักเทรดจึงจำเป็นต้องใช้

อินดิเคเตอร์ คือ พื้นฐานของการวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค จริง ๆ แล้ว อินดิเคเตอร์ก็คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เปลี่ยนรูปแบบการปรากฎตัวของราคาตามสูตรทางคณิตศาสตร์ ช่วยให้นักเทรดทำนายการเคลื่อนที่ของตลาดในอนาคตได้อย่างถูกต้อง

บริษัทโบรกเกอร์ NordFX ให้บริการแพล็ตฟอร์ม MetaTrader4 (MT4) กับลูกค้า ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มที่ได้รับการยอมรับในตลาดการเงินด้วยหลากหลายเครื่องมืออินดิเคเตอร์จำนวนมหาศาลที่นับว่าเป็นตัวช่วยชีวิตสำคัญ แล้วเราจะเทรดโดยไม่ใช้อินดิเคเตอร์ได้ไหม? ในทางทฤษฎีก็ได้ แต่ทำไมล่ะ? ในเมื่ออินดิเคเตอร์ฟอเร็กซ์ช่วยแก้ปัญหามากมาย และคุณก็สามารถใช้งานมันได้ฟรี

นี่คือสิ่งที่เครื่องมือเหล่านี้ทำได้:

  1. ช่วยในการเน้นจุดสำคัญ
  2. ให้สัญญาณในการเปิดและปิดคำสั่งเทรด
  3. แสดงเทรนด์ตลาดที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การสะสมตัวหรือคลื่นรบกวนที่น่าสับสน
  4. ช่วยให้กระบวนการประมวลผลง่ายขึ้น และแสดงข้อมูลที่คุณจำเป็นต้องใช้ (ค่าสเปรด, ขนาดล็อต, ค่าธรรมเนียม และระยะเวลา)
  5. ช่วยให้คุณสร้างกลยุทธ์การเทรดเป็นของตนเอง
  6. ทำให้ขั้นตอนการเทรดง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น
  7. เป็นพื้นฐานในการสร้างบอทเทรดหรือ robot advisors ซึ่งสามารถเทรดอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยแทนที่นักเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
  8. กำหนดคุณลักษณะที่สำคัญของราคา (อัตราการเปลี่ยนแปลง ความผันผวน ราคาสูงสุดหรือต่ำสุด ทิศทาง มุม ความแข็งแกร่งของการเคลื่อนที่ และปริมาณ)
  9. ช่วยให้คุณหารูปแบบกราฟที่มีเอกลักษณ์และการเกิดซ้ำแบบในอดีต

จริง ๆ แล้ว อินดิเคเตอร์สำหรับการเทรดแต่ละชนิดมีกลไกการทำงานเป็นของตนเองที่ช่วยให้คุณได้รับเหตุผล ตรรกะ และระบบรองรับการตัดสินใจในการทำธุรกรรม นอกจากนี้ อินดิเคเตอร์ยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือไม่กี่ชนิดที่แม้แต่มือใหม่ก็สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องมีประสบการณ์การเทรดใด ๆ

คุณสมบัติที่สำคัญของอินดิเคเตอร์ทุกตัวคือ ความสามารถรอบด้าน ซึ่งหมายความว่า คู่สกุลเงินทุกคู่เหมาะต่อการใช้งานในการเทรดโดยการวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ว่าจะเป็น EUR/USD, GBP/USD, USD/CHF, USD/JPY, EUR/GBP และอีกมากมาย กราฟเทรดฟอเร็กซ์ยังสามารถสร้างได้ในทุกกรอบเวลา ตั้งแต่หนึ่งนาทีถึงหนึ่งเดือน นอกเหนือจากคู่สกุลเงินแล้ว คุณยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของสินทรัพย์การเทรดอื่น ๆ ที่ NordFX นำเสนอให้กับคุณได้เช่นกัน เช่น คริปโตเคอเรนซี น้ำมัน โลหะมีค่า หุ้น และดัชนีหุ้น ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถคาดการณ์ได้โดยใช้อินดิเคเตอร์เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ สิ่งเดียวที่จำเป็นต้องเปลี่ยนคือการกำหนดการตั้งค่าเครื่องมือแต่ละชนิด

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น อินดิเคเตอร์สามารถใช้แก้ปัญหาจำนวนมากที่นักเทรดจะต้องเผชิญ อินดิเคเตอร์ฟอเร็กซ์แบบมาตรฐานโดยหลักแล้วมักมาจากตำราการวิเคราะห์ทางเทคนิคแบบคลาสสิกหรือคิดค้นพัฒนาโดยกูรูตลาดแลกเปลี่ยนผู้โด่งดัง เครื่องมือเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว และได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงได้นำมาผนวกเป็นอินดิเคเตอร์ในแพล็ตฟอร์มการเทรดส่วนใหญ่ตามการตั้งค่ามาตรฐาน

มีอินดิเคเตอร์กลุ่มที่สองสำหรับการเทรดในตลาดฟอเร็กซ์และตลาดอื่น ๆ ที่เรียกว่า อินดิเคเตอร์ตั้งค่าแบบกำหนดเอง ซึ่งมีกว่าหลายพันชนิดบนอินเทอร์เน็ต และโดยทั่วไป นักเทรดจะสร้างมันขึ้นมาเพื่อความต้องการส่วนตัวแบบเฉพาะเจาะจง โดยไม่จำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของอัลกอริทึมพิเศษใด ๆ ในทางกลับกัน กลุ่มนี้มักเป็นเวอร์ชันดัดแปลงของอินดิเคเตอร์มาตรฐาน เช่น เพื่อเป็นการปรับปรุงเนื้อหาข้อมูล รูปแบบกราฟิกมีการเปลี่ยนแปลงไป สัญญาณเสียง หรือมีการแจ้งเตือนรูปแบบอื่น ๆ เสริมเข้ามา (เช่น อินดิเคเตอร์บางตัวสามารถใช้ส่งการแจ้งเตือนผ่านทางอีเมลหรือเข้าโทรศัพท์ของคุณโดยตรง) จริง ๆ แล้ว การค้นพบอินดิเคเตอร์ปรับแต่งเองที่ใหม่จริง ๆ โดยสมบูรณ์และเป็นประโยชน์ในการเทรดจริง ๆ นั้นไม่ค่อยเกิดขึ้น และนักเทรดมือใหม่บางครั้งตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพที่จริง ๆ แล้วขายอินดิเคเตอร์มาตรฐานออนไลน์ แต่แค่มีการดัดแปลงฟังก์ชันเล็กน้อย สร้างชื่อให้ติดหู และสรรเสริญว่าเป็นปาฏิหารย์ที่จะทำให้ผู้ซื้อรวยขึ้นได้อย่างทันที เป็นต้น

ประเภทของอินดิเคเตอร์ในการเทรด

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและคุณลักษณะ อินดิเคเตอร์ในตลาดฟอเร็กซ์มักแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้:

  1. เทรนด์ (Trend)
  2. ออสซิลเลเตอร์ (Oscillators)
  3. ปริมาณ (Volumes)
  4. ใช้ทำนาย (Predictive;)
  5. ตัวช่วย (Assistants)

อินดิเคเตอร์เทรนด์ (Trend Indicators)

ภารกิจหลักที่นักเทรดต้องเผชิญก่อนที่จะเปิดคำสั่งเทรด คือ การกำหนดทิศทางโดยรวมของการเคลื่อนที่ราคา ซึ่งเรียกว่า เทรนด์ ในตำราการวิเคราะห์ทางเทคนิค ปัญหาก็คือคลื่นรบกวนในตลาดมากมายในรูปแบบของทั้งคลื่นดีดตัวเป็นระยะ ๆ การดีดกลับของราคา และความผันผวนที่จะทำให้คุณไม่สามารถหาเทรนด์ในภาพรวมได้ ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้โดยอินดิเคเตอร์ในกลุ่มนี้

อินดิเคเตอร์เทรนด์ช่วยให้คุณแก้ปัญหาดังต่อไปนี้:

  1. หาทิศทางในภาพรวมของเทรนด์ กำหนดทิศทางทั่วไปในการเปิดคำสั่งในการเทรด
  2. หาการเปลี่ยนแปลงในสภาวะตลาด การเปลี่ยนทิศทางของเทรนด์
  3. หาสัญญาณในการเปิดคำสั่งเทรด
  4. ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือให้สัญญาณในกลยุทธ์การเทรด

สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าส่วนใหญ่แล้ว อัลกอริทึมพื้นฐานของการทำงานของอินดิเคเตอร์เทรนด์คือการหาค่าเฉลี่ย หรือปรับกราฟราคาให้เรียบลง โดยใช้รูปแบบ ประเภท หรือแม้แต่สูตรในการคำนวณที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการตัดคลื่นรบกวนให้น้อยลง เราจำเป็นต้องหาค่าเฉลี่ยให้กับข้อมูลโดยรวม ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นสัญญาณที่ล่าช้า นอกจากนี้ ยิ่งกราฟปรับเรียบมากเท่าไร ความล่าช้าหรือดีเลย์ก็จะมากขึ้นเท่านั้น

บรรดาอินดิเคเตอร์สำหรับการเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาดฟอเร็กซ์ ได้แก่ Moving Average (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่), Alligator (รูปที่ 1), Bollinger Bands. ADX; Parabolic SAR และ Ichimoku Kinko Hyo

ออสซิลเลเตอร์ (Oscillators)

นักเทรดมือใหม่หลายคนประสบปัญหาในการเปิดคำสั่ง โดยเฉพาะในการหาหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและง่ายสำหรับการเปิดแต่ละธุรกรรม ที่จริงแล้ว คุณสามารถใช้งานออสซิลเลเตอร์ในการหาจุดเข้าตำแหน่ง ซึ่งเป็นจุดบนกราฟที่คุณต้องการจะเปิดคำสั่งเทรดของคุณ

ออสซิลเลเตอร์ คือ อินดิเคเตอร์การวิเคราะห์ทางเทคนิคที่แตกต่างไปจากเครื่องมือหาเทรนด์ โดยจะไม่แสดงถึงทิศทางของราคา แต่จะแสดงถึงสถานการณ์ตลาดในปัจจุบันเป็นหลัก กล่าวคือเพื่อแสดงสถานการณ์ว่าคู่สกุลเงินนั้น ๆ หรือสินทรัพย์การเทรดใด ๆ อยู่ในสภาวะที่มีแรงซื้อมากเกินไป (overbought) หรือมีแรงขายมากเกินไป (oversold) กล่าวคือ ออสซิลเลเตอร์แสดงจังหวะเวลาที่ตลาดขยับถึงขีดจำกัดในทิศทางใด ๆ และมีโอกาสเป็นไปได้ที่ราคาจะปรับฐานหรือแม้แต่ทิศทางของเทรนด์วกกลับเมื่อราคาขยับถึงระดับสูงสุดหรือต่ำสุดนั้น ๆ

ออสซิลเลเตอร์มีความสามารถในการให้สัญญาณเทรดจำนวนมาก ปัญหาหลักก็คือไม่มีเทรนด์สำหรับเครื่องมือนี้ ออสซิลเลเตอร์เป็นเครื่องมือที่เปรียบเทียบช่วงล่าสุดของตลาด ณ ปัจจุบัน ดังนั้น เมื่อใดที่ราคาขยับในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นเวลานาน และกราฟฟอเร็กซ์ทำราคาสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่ ออสซิลเลเตอร์อาจให้สัญญาณหลอกได้มากมาย โดยไม่สำคัญว่าคุณใช้ออสซิลเลเตอร์ตัวไหน สัญญาณหลอกสามารถหลีกเลี่ยงได้หากคุณใช้อินดิเคเตอร์การเทรดอื่น ๆ เช่น อินดิเคเตอร์เทรนด์ หรือ ตัวกรองเพิ่มเติม

ในเทอร์มินอล MetaTrader-4 คุณจะพบกับออสซิลเลเตอร์จำนวนมากสำหรับการเทรดฟอเร็กซ์ ซึ่งโบรกเกอร์ NordFX ให้บริการกับลูกค้า เราแนะนำอย่างยิ่งให้คุณให้ความสนใจกับออสซิลเลเตอร์ ดังนี้: RSI, Momentum, Stochastic, Force Index, ATR, Williams' Percent Range.

สำหรับ MACD (Moving Average Convergence / Divergence) นั้นได้รับความนิยมในหมู่นักเทรดเป็นอย่างมาก เนื่องจากความสามารถรอบด้านที่ทำงานได้ทั้งในฐานะอินดิเคเตอร์เทรนด์ และออสซิลเลเตอร์ MACD (รูปที่ 2) คิดค้นโดยนายเจอราลด์ อัพเพล ในช่วงปี 1970s โดยแสดงถึงระยะห่างระหว่างค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ช่วยให้คุณดูทิศทาง กำลังแรง และอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา และเป็นที่ใช้งานอย่างประสบความสำเร็จในหลายระบบการเทรดเพื่อทำนายจุดเข้าและออกตำแหน่งเทรด

อินดิเคเตอร์ปริมาณ (Volume Indicators)

นักเทรดผู้เริ่มต้นหลายคนมักไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมกราฟฟอเร็กซ์ถึงเคลื่อนที่ และใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนที่นั้น ๆ การทำความเข้าใจว่าใครเป็นผู้บงการเบื้องหลังว่าเป็นเจ้ามือรายใหญ่ที่กำเงินมหาศาลหรือเหล่าฝูงชน

ราคายังเรียกได้ว่าเป็นตัวสะท้อนความกลัวและความคาดหวังของผู้ซื้อจำนวนมาก การเคลื่อนที่ใด ๆ ของราคาเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมีใครซื้อหรือขายสินทรัพย์ในขณะนั้น ๆ ด้วยเหตุนี้เอง การศึกษาปริมาณจะช่วยให้เราเข้าใจว่ามีเชื้อเพลิงเงินเข้ามากระตุ้นการเคลื่อนที่จริงหรือไม่ หรือในทางกลับกันนั้น ราคาขยับขึ้นเพราะว่ามีจำนวนผู้เข้าร่วมไม่กี่คนที่ส่งผลต่อราคา

ปัญหาก็คือ ฟอเร็กซ์เป็นตลาดที่ซื้อขายกันโดยตรง โดยไม่อยู่ภายใต้ศูนย์กลางใด ๆ  การเข้าใจยอดเงินที่หมุนเวียนในตลาด ณ ปัจจุบันอย่างแท้จริงจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม อินดิเคเตอร์ปริมาณนี้คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในการวัดกิจกรรมของผู้เล่นรายใหญ่ในเทอร์มินอล MT4 ซึ่งพร้อมให้บริการสำหรับลูกค้า NordFX ทุกคน คุณสามารถใช้อินดิเคเตอร์กลุ่มนี้ ได้แก่: Volumes (รูปที่ 3), Accumulation/Distribution, Money Flow Index, On Balance Volume

แม้ว่าอินดิเคเตอร์ทั้งหมดจากกลุ่มนี้จะถูกวิจารณ์ค่อนข้างมาก แต่ก็มีทิศทางการวิเคราะห์ทางเลือกที่ปรากฏขึ้นในตลาดฟอเร็กซ์ที่อยู่บนพื้นฐานจากเครื่องมือเหล่านี้ เช่น VSA (Volume Spread Analysis) นอกจากนี้ นักเทรดฟอเร็กซ์เริ่มมีการดัดแปลงเครื่องมือในแบบของตนเอง จึงยิ่งขยายโอกาสในการใช้งานให้กว้างขวางขึ้น ฟังก์ชันที่เป็นประโยชน์ของอินดิเคเตอร์ประเภทวอลุ่ม มีดังนี้:

  1. ช่วยให้คุณหาผู้เล่นรายใหญ่
  2. ให้โอกาสในการประเมินแนวโน้มโมเมนตัมและจับจุดเริ่มต้น
  3. ตัดสัญญาณอินดิเคเตอร์อื่น ๆ รูปทรง โมเดลแท่งเทียนซึ่งไม่มีปริมาณเงินจริงกำกับอยู่

เครื่องมือกลุ่มนี้ไม่ค่อยนิยมใช้ในการหาจุดเข้าตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม หากคุณเห็นการขาดสมดุลในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง คุณจะเข้าใจว่าจะต้องใช้แผนการไหนในการเทรด

อินดิเคเตอร์ทำนายราคา (Predictive Indicators)

หนึ่งในความปรารถนาสำคัญของนักเทรดมือใหม่ คือ การผลักภาระความรับผิดชอบของตนเองไปให้ผู้อื่น บรรดาเหล่ามิจฉาชีพและโปรแกรมเมอร์นักธุรกิจเข้าใจสิ่งนี้เป็นย่างดี ดังนั้นจึงมีอินดิเคเตอร์ประเภทพิเศษปรากฏขึ้นมา ซึ่งก็คือตัวทำนายราคา

เครื่องมือกลุ่มนี้เหมือนหมอดู ซึ่งจะบ่งชี้ว่าตลาดจะขยับไปในทิศทางใด และมีการวาดระดับที่ราคาจะไปถึงในอนาคต ปัญหาก็คือในกรณีส่วนใหญ่นั้น เครื่องมือนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้า ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะขายให้คุณในราคาแพงมากที่สุดโดยเฉพาะให้กับนักเทรดมือใหม่ที่ไร้เดียงสา

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือกลุ่มนี้ก็พอมีเหตุมีผลบาง เช่น  FuturoFX (รูปที่ 4) และ WMiFor ใช้วิธีที่เรียกว่า Spearman Rank Correlation หรือกล่าวง่าย ๆ ว่า พวกเขาจะจับคู่ประวัติในอดีตว่าราคามีพฤติกรรมอย่างไรในขณะนั้น หากในกรณีที่เจอสถานการณ์ที่เหมือนกันมากซ้ำ ๆ กัน ก็จะมีการทำนายอนาคตและวาดโอกาสความเป็นไปได้ในอัตราส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์ คล้าย ๆ กันกับแนวทางด้านสถิติ

ตัวช่วย (Assistants)

ตัวช่วย หรือ Assistants (รูป 5) คือ อินดิเคเตอร์ฟอเร็กซ์กลุ่มใหญ่ หนึ่งในกลุ่มที่มีปริมาณมากที่สุดและมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง ตัวช่วยนี้จะไม่บังคับให้นักเทรดต้องปฏิบัติอย่างไร แต่จะช่วยเหลือในภารกิจธรรมดา ๆ ที่นักเทรดจะต้องเจอในระหว่างการเทรด ดังนั้น เพื่อให้คุณเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับตัวเลือกในการทำงานของเครื่องมือกลุ่มนี้ เราขอแนะนำให้คุณทำความคุ้นเคยกับฟังก์ชันส่วนใหญ่ของเครื่องมือกลุ่มนี้:

  1. วาดระดับแนวรับและแนวต้าน
  2. ให้ข้อมูลสำรองเกี่ยวกับบัญชี: ยอดเงินคงเหลือ การขาดทุนสะสม ค่าสเปรด ค่าสวอป ข้อมูลตำแหน่งที่เปิด ฯลฯ
  3. วาดระดับเส้นแนวนอน กรอบราคา เส้นเทรนด์ และจุดสูงหรือต่ำสุด
  4. วาดรูปทรงกราฟ: สามเหลี่ยม ธง หัวและไหล่ และอีกมากมาย
  5. หารูปทรงแท่งเทียนต่าง ๆ
  6. ทำหน้าที่เป็นเครื่องคิดเลข ให้คำแนะนำเรื่องล็อต ความเสี่ยงและการบริหารจัดการเงิน
  7. แสดงกรอบของระยะเวลาซื้อขาย

เครื่องมือแต่ละตัวสามารถทำให้การแสดงภาพตลาดสะดวก ชัดเจน และเข้าใจง่ายมากขึ้น เราขอแนะนำโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเทรดที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษากราฟและการวิเคราะห์แท่งเทียน

ทำอย่างไรดีหากคุณไม่มีอินดิเคเตอร์ที่ใช่

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เมื่อทักษะความเป็นมืออาชีพของคุณเพิ่มขึ้น คุณจะเริ่มมีไอเดีย ทฤษฎี และกลยุทธ์ใหม่ ๆ ที่คุณอยากจะนำมาใช้งานจริง จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ยาก คุณสามารถไปได้สองทางด้วยกัน คือ เริ่มศึกษาเรื่องการเขียนโปรแกรมและสร้างอินดิเคเตอร์เป็นของตนเอง ทางที่สองก็คือจำกัดตนเองแค่การเขียนอัลกอริทึม หรือระบบเป็นของตนเอง และสั่งให้โปรแกรมเมอร์ทำอินดิเคเตอร์นั้น ๆ ขึ้นมา

อย่าคิดว่าบริการเขียนโปรแกรมนี้มีราคาแพง อินดิเคเตอร์ง่าย ๆ สามารถสร้างขึ้นมาด้วยราคา $20-50 ในตลาดฟรีแลนซ์ทั่วไป และหากคุณมองหาคนที่มีแนวคิดคล้าย ๆ กัน ย่อมมีแนวโน้มที่คุณจะได้รับการเขียนโค้ดต่าง ๆ ฟรีเพื่อแลกกับอัลกอริทึมของคุณ

นอกจากนี้ หากคุณไม่สามารถหาอะไรในอินดิเคเตอร์ปรับแต่งเป็นของตนเองได้ ลองดูที่ฟอรั่มการสนทนาเฉพาะทาง มีคนจำนวนมากที่เจอปัญหาคล้าย ๆ กัน และมีแนวโน้มที่พวกเขาจะช่วยเหลือให้คุณหาสิ่งที่คุณต้องการ

ข้อดีและข้อเสียของการใช้งานอินดิเคเตอร์

อินดิเคเตอร์ฟอเร็กซ์ คือ วิธีที่ดีเยี่ยมสำหรับนักเทรดมือใหม่ที่ไม่รู้ว่าจะวิเคราะห์และทำนายตลาดอย่างไร แต่อินดิเคเตอร์ก็มีข้อเสียในตนเอง ดังนี้:

  1. ความล่าช้าของการให้สัญญาณและวาดกราฟ
  2. การขาดการอ้างอิงข้อมูลปัจจัยพื้นฐาน (ข่าวสาร สถิติเศรษฐกิจ เหตุการณ์สำคัญทางการเมือง)
  3. ยึดติดอยู่กับแพล็ตฟอร์มในกรณีที่ใช้งานอินดิเคเตอร์ชนิดปรับแต่งเอง

อย่างไรก็ตาม มีข้อดีมากกว่า ได้แก่:

  1. ง่ายต่อการใช้งาน
  2. ให้สัญญาณชัดเจน
  3. ทำให้การไฮไลท์ง่ายขึ้นและประหยัดเวลา
  4. ใช้งานได้อย่างสากลเพื่อเทรดทุกคู่สกุลเงินหรือสินทรัพย์ชนิดอื่น ๆ
  5. ดัดแปลงและแก้ไขได้ตามต้องการและเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  6. นำมาใช้ในการเขียนโปรแกรมและเป็นส่วนหนึ่งของหุ่นยนต์เทรดได้ง่าย ๆ
  7. เป็นพื้นฐานของการสร้างกลยุทธ์การเทรด

กล่าวโดยสรุป เราอยากจะเตือนคุณว่า อินดิเคเตอร์ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นแค่เครื่องมือที่คุณจะใช้ในการวิเคราะห์ตลาดและทำการตัดสินใจ ดังนั้น คุณคือผู้ตัดสินใจสุดท้าย และขึ้นอยู่กับคุณเองเท่านั้นว่าการเทรดในตลาดการเงินของคุณนั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่อย่างไร


« වැදගත් ලිපි
අපිව අනුගමනය කරන්න